วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อังกฤษ: Electronic commerce) หรือ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) หมายถึง การทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในทุกๆ ช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถกระทำผ่าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การโฆษณาในอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งซื้อขายออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพื่มประสิทธิภาพขององค์กร โดยการลดบทบาทของความสำคัญขององค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่น ทำเลที่ตั้ง อาคารประกอบการ โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขาย พนักงานแนะนำสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้าเป็นต้น ดังนั้นจึงลดข้อจำกัดของระยะทางและเวลา ในการทำธุรกรรมลงได้
ในพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ให้ความหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าเป็น ธุรกรรมที่กระทำขึ้นโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ตัวอย่างเช่น นายสมชายเปิดร้านขายสินค้าโอท็อป ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ สามารถเข้ามาดูตัวอย่างสินค้า และติดต่อซื้อขายกันได้ โดยผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
เทคโนโลยีสารสนเทศที่รุดหน้า ทั้งระบบโทรคมนาคม ระบบคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ทำให้การสื่อสารกันเป็นไปได้โดยง่าย และสามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการได้หลายระดับ อีกทั้งยังสามารถโต้ตอบกันได้ทันที ทำให้สามารถเสนอธุรกรรมที่หลากหลาย เช่น การชื้อขาย การบริการหลังการขาย การโอนเงินชำระค่าบริการสินค้า การขนส่ง เป็นต้น โดยมีกฎหมายธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาคุ้มครองเรื่องความปลอดภัย และยังมีกฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามาให้ความคุ้มครองด้วยในเรื่องของการเงิน

ข้อดี

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อการเดินทางไปซื้อสินค้า เพียงแค่เลือกซื้อผ่านเว็บไซต์เท่านั้น
  • ประหยัดเวลาในการติดต่อ แค่ใช้เวลาไม่นานแค่เพียงไม่กี่วินาทีเราก็สามารถติดต่อซื้อสินค้าได้
  • การเปิดร้านค้าในอินเทอร์เน็ตเป็นการขยายตลาดสู่ทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะแค่ในประเทศ และยังทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการได้เลือกซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น
  • ผู้ขายสามารถเปิดร้านได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด และผู้บริโภคก็สามารถซื้อสินค้าได้ทุกวัน

ข้อเสีย

  • ผู้ซื้ออาจไม่แน่ใจว่าสั่งซื้อแล้วจะได้รับสินค้าจริง หรือได้รับสินค้าที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือสินค้าชำรุดเสียหายหรือสูญหาย
  • สินค้าอาจเป็นสินค้าที่ไม่ผ่านการทดสอบ หรือสินค้าไม่มีคุณภาพ
  • เสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกง หรือถูกโกงราคาหรือถูกหลอกลวงได้ง่าย
  • ข้อมูลสินค้าบางอย่างอาจมีการโอ้อวดคุณภาพสินค้าเกินจริง โดยที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้
  • ในระบบกฎหมายของไทย ยังไม่มีการให้ความคุ้มครองอย่างทั่วถึงเพียงพอ ความปลอดภัยในข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจึงยังไม่ปลอดภัยพอ

การจดทะเบียนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

เครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered)
เพื่อยืนยันการมีตัวตนของผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือย่ายอินเทอร์เน็ต บริการอินเทอร์เน็ต ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะต้องไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่สำนักงานเขตที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สำหรับภูมิภาค สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล โดยเว็บไซต์ที่จดทะเบียนแล้ว จะปรากฏเครื่องหมาย Registered อยู่บนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบสถานะและการมีอยู่จริงของผู้ประกอบการ และรายชื่อผู้ประกอบการทั้งหมดจะรวบรวมอยู่ในฐานข้อมูลผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Verified) 
เพื่อรับรองมาตรฐานการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ดีสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการซื้อขายสินค้าและใช้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ตซึ่งผู้ประกอบการสามารถขอเครื่องหมายฯ ผ่านหน้าเว็บไซต์ www.trustmarkthai.com โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประกอบการที่จะได้รับเครื่องหมายฯ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน และผ่านหลักเกณฑ์ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวได้อ้างอิงจากมาตรฐานระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นสากล และยอมรับอย่างแพร่หลาย

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

ระบบ Internet TV

ระบบ Internet TV


28 ม.ค. 2554 | 2746 views
Internet TV คืออะไร?

Internet TV ก็คือทีวีที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนตและสามารถใช้งานอินเทอร์เนตได้ (แบบเดียวกับที่เราใช้งานอินเทอร์เนตผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องโน๊ตบุ๊ค) และสามารถใช้ระบบสืบค้น ค้นหา รายการข่าว รายการเพลง รายการกีฬา ละคร ภาพยนต์ รูปภาพ ฯลฯ และแสดงผลผ่านทางหน้าจอแสดงผล

แนวความคิดเรื่อง Internet TV ก็เกิดมาจากพื้นฐานการรับชมข่าวสารในปัจจุบัน ที่คนส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนมารับชมข่าวสารผ่านทางสื่ออินเทอร์เนตมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากความรวดเร็วของการข่าวสาร และสามารถที่จะเลือกรับชมเฉพาะข่าวสารที่เราสนใจเท่านั้น



Internet TV หรือที่ตอนนี้รู้จักกันในชื่อของ Google TV เป็นแนวคิดที่ Google ร่วมมือกับผู้ผลิตทีวี ให้ผลิตทีวีที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เนตได้ และใช้ความสามารถของระบบค้นหาข้อมูล (ซึ่งเป็นเครื่องมือทำเงินอันทรงพลังของ Google) ค้นหารายการทีวีประเภทต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมากมายจากผู้ให้บริการทางอินเทอร์เนต ซึ่งมีทั้งแบบเสียเงิน (Video on Demand) ทั้งแบบรายเดือน อย่างเช่น เว็บไซต์ Netflix (ซึ่งให้ทดลองชมฟรีในเดือนแรก) หรือแบบเป็นเรื่อง อย่างเช่น ภาพยนต์จากเว็บไซต์ Amazon หรือ เว็บไซต์ Youtube ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย



จริงๆ แล้ว ก่อนหน้าที่ทาง Google จะเปิดตัว Internet TV ทางฝากฝั่งของบริษัท Apple ก็มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Apple TV ซึ่งให้บริการแบบ Video on Demand ผ่านทาง Apple Store มาก่อน ซึ่งเราสามารถซื้อ และโหลดภาพยนต์มาเก็บไว้ในเครื่อง Apple TV ของเราไว้รับชมได้ แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากนัก แต่หลังจากที่ทาง Google เปิดตัว Google TV และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทาง Apple จึงพัฒนา Apple TV ทั้งในเรื่องของการบริการให้มีความสามารถมากขึ้น และมีราคาถูกลงเพื่อให้สามารถสู้กับ Google TV ได้ ซึ่งผู้บริโภคอย่างเราคงจะรู้ผลแพ้ชนะกันในไม่ช้านี้

เราไปดูรายละเอียดความสามารถต่างๆ ของ Internet TV กันต่อครับ



สามารถใช้งานอินเทอร์เนต ค้นหาและแสดงผลเว็บไซต์ต่างๆ ได้เหมือนกับการท่องอินเทอร์เนตจากคอมพิวเตอร์ทั่วไป



สามารถค้นหาและแสดง รายการข่าว รายการบันเทิง ภาพยนต์ ผ่านแชนแนลของผู้ให้บริการทางเว็บไซต์ หรือผ่านทางแอพลิเคชั่นของผู้ให้บริการ ซึ่งมีทั้งแบบเสียเงินและฟรี

สามารถสร้างเมนูจากรายการทีวีที่คุณชื่นชอบ หรือแชนแนลของผู้ให้บริการที่คุณสนใจเก็บเอาไว้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน



สามารถสลับการใช้งานอินเทอร์เนตกับการรับชมทีวีได้ตลอดเวลา หรือสามารถใช้งานทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันก็ได้

สามารถบันทึกรายการทีวีที่คุณสนใจเอาไว้รับชมในภายหลังได้ สำหรับความสามารถในการบันทึกราการทีวีจำเป็นต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครใช้งานอีกเล็กน้อย



สำหรับสองข้อสุดท้ายนี้ถือเป็นทางเลือกก็แล้วกัน โดยสามารถลงแอพลิเคชั่นบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นเป็นรีโมทได้ หรือสามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนของคุณบันทึกสิ่งที่คุณพบเห็น ผ่านอินเทอร์เนตไปยัง Internet TV ของคุณที่บ้านได้ด้วย



ในขณะนี้รูปแบบของ Internet TV แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบแรก มีลักษณะเป็นเครื่องทีวีที่สามารถต่ออินเทอร์เนตได้พร้อมรีโมทรูปร่างเหมือนคีย์บอร์ดเพื่อให้สามารถควบคุมการทำงานบนหน้าจอและเล่นอินเทอร์เนตไปพร้อมๆ กัน แบบที่สอง ลักษณะเป็นกล่องเครื่องเล่นที่สามารถต่ออินเทอร์เนตได้พร้อมรีโมทรูปร่างเหมือนคีย์บอร์ด ซึ่งแบบที่สองนี้ทำให้เราไม่จำเป็นต้องซื้อทีวีเครื่องใหม่ให้สิ้นเปลือง แต่สามารถใช้กล่องเครื่องเล่นนี้ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เนตแล้วต่อสัญญาณไปยังทีวีอีกต่อหนึ่ง คล้ายเครื่องเล่นแผ่นดีวีดีหรือซีดีที่เราคุ้นเคยกัน

ตัวเครื่อง Internet TV ทั้ง 2 แบบสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ท่านมีอยู่แล้วได้อย่างปกติ ไม่ว่าจะเป็น จานดาวเทียม เคเบิลทีวี เครื่องเล่นดีวีดี ซีดี หรือ อินเทอร์เนต ซึ่งเชื่อว่าเกือบทุกๆ หลังคงมีสิ่งเหล่านี้พร้อมอยู่แล้วสำหรับการใช้งาน Internet TV 

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

บริการ cloud storage

บริการ cloud storage

Cloud Storage ก้อนเมฆเก็บข้อมูล

Cloud Storage คืออะไร ?

       สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งาน Dropbox มาก่อน Cloud Storage นั้นสามารถเปรียบเสมือนกับที่ฝากไฟล์บนอินเตอร์เน็ตนั่นเอง เเต่มีความเเตกต่างตรงที่ว่าเว็บฝากไฟล์นั้นไม่มีการจับระเบียบไฟล์เป็นหมวดหมู่ที่ดีนัก เเละมีการจำกัดหรือเงื่อนไขในการฝากไฟล์ค่อนข้างมาก รวมไปถึงความยากในการใช้งานที่ต้องเข้าผ่านเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว เเละมีลักษณะที่คงที่ คือไฟล์ไม่สามารถเปลี่ยนเเปลงข้อมูลใดๆ ได้ (ลองนึกถึงไฟล์เอกสาร) ถ้าเราอัพเดทข้อมูลเเล้ว เราต้องทำการอัพไฟล์ใหม่อีกรอบซึ่งต้องเสียเวลาอัพเดทด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
หัวใจของ Cloud Storage คือการ ซิงค์” ข้อมูลที่เราต้องการ (หรือทั้งหมด) เเละสนับสนุนบนอุปกรณ์หลายชนิดเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน เนื่องจากปัจจุบันนี้เราไม่ได้ใช้งานอยู่บน PC เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ยังมีทั้งสมาร์ทโฟนเเละเเท็บเล็ตที่มีความสามารถสูงพอที่จะทำงานทดเเทน PC บางอย่างได้ เช่น เเก้ไขไฟล์เอกสารเล็กๆ น้อยๆ หรืออ่าน PDF ดังนั้นลองคิดดูว่าเวลาเรียกใช้ข้อมูลสมัยก่อนนั้นเราต้องทำการก็อปปี้ข้อมูลที่ตรงการลงบนอุปกรณ์เเต่ละชนิด ซึ่งถ้ามีการเปลี่ยนเเปลงหรืออัพเดทเราต้องทำการก็อปปี้ไฟล์ใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งมีความยุ่งยากเเละน่าเบื่อ เเต่ถ้าเราใช้งานบน Cloud Storage นั้นเมื่อเราเเก้ไขไฟล์ที่อุปกรณ์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเเล้ว ก็จะทำการอัพเดทไฟล์ดังกล่าวไปยัง Cloud Storage โดยอัตโนมัติเพื่อให้อุปกรณ์อื่นๆ ของเราได้รับไฟล์เวอร์ชันล่าสุดเช่นเดียวกัน
          หลายคน คงสงสัยว่า Cloud Storage คืออะไร อธิบายแบบง่ายๆ เลยก็คือ ที่เก็บข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ต สามารถฝากไฟล์และดึงไฟล์ออกได้อย่างสะดวก โดยต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง ทำให้บริการของ Cloud Storage ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีปัจจัยที่สนับสนุนอย่างการเติบโตของอุปกรณ์โมบายต่างๆ ทั้ง Smart Phone และ Tablet ทำให้สามารถเข้าถึงได้อย่างง่าย ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้สบายมากขึ้น

    ปัจจุบันถ้ากล่าวถึง Cloud Storage หรือเรียกง่ายๆ ก็คือการบริการเก็บข้อมูลโดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะตอนนี้กำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างสูง แต่ละค่ายก็มีการแข่งขันกันสูงมาก ซึ่งล่าสุดเจ้าแห่ง Search Engine อย่าง Google ก็โดดมาร่วมการแข่งขันอันนี้ด้วย เริ่มด้วยเปิดให้บริการ Google Drive เนื่องด้วยมีการบริการแบบนี้กันหลายเจ้า การแข่งขันในการให้พื้นที่การเก็บข้อมูล รายละเอียดปลีกย่อยในการให้บริการแต่ละรายก็มีข้อเสนอ เงื่อนไข จุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนในการเลือกใช้บริการจะใช้ของบริการเจ้าไหนกันดี บทความนี้จะนำเสนอการเปรียบเทียบคุณสมบัติของบริการพื้นที่เก็บข้อมูลของผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ 4 ราย คือ
  • SkyDrive ของไมโครซอฟท์
  • iCloud ของแอปเปิล
  • Google Drive ของกูเกิล?
  • Dropbox ของดรอปบ็อกซ์
เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ

ประโยชน์ของการใช้งาน Cloud Storage
          •   สามารถเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา
          •   สามารถเพิ่มขนาดจัดเก็บไฟล์ได้
          •   คุ้มค่ามากกว่าการซื้ออุปกรณ์จัดเก็บไฟล์อย่างพวกฮาร์ดดิสก์
          •   ไม่มีความเสี่ยงกับในเรื่องของอุปกรณ์จัดเก็บไฟล์เสีย
          •   ได้รับบริการเสริมต่างๆ เช่น การสำรองข้อมูล การรับประกันในกรณีข้อมูลสูญหาย เป็นต้น
 
ข้อเสียของการใช้งาน Cloud Storage
          •   จำเป็นต้องใช้งานผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น
          •   ความปลอดภัยของข้อมูลซึ่งอาจถูกแฮ็กข้อมูลได้
          •   เสียค่าบริการ ในกรณีที่มีการฝากไฟล์เกินขนาดที่ผู้ให้บริการแต่ละรายกำหนด


SkyDrive
เว็บไซต์: SkyDrive
SkyDrive นั้นถ้าไม่อยู่ในรายชื่อก็คงประหลาดมากเพราะเจ้าของก็คือ ยักษ์ใหญ่แห่งโลกซอฟท์แวร์ไมโครซอฟท์นั้นเอง SkyDrive นั้นเริ่มบริการมาพักใหญ่แล้ว แต่ช่วงนี้เมื่อมีการแข่งขันสูงทางทางไมโครซอฟท์ทำการปรับปรุง SkyDrive ใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังออก SkyDrive App ซึ่งทำให้ใช้งาน SkyDrive ได้สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น โดยให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 7 GB (สูงสุด 25 GB สำหรับผู้ใช้เก่า) ซึ่งถึอว่าสูงที่สุดในผู้ให้บริการทั้งหมดใน 4 ราย การเข้าถึงข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ทางเว็บและ SkyDrive App จากคอมพิวเตอร์ที่ใช้โอเอสเป็น Windows และ MAC OS X อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต ไอแพด ไอแพด ไอโฟน และสมาร์ทโฟนระบบ Windows Phone และ Android
ทั้งนี้ยังสามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone ได้ และยังใช้ร่วมกับบริการ Office Web App ทำให้สามารถสร้างและแก้ไขเอกสาร Microsoft Word, Microsoft PowerPoint และ Microsoft Excel ได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office ได้อีกด้วย แต่ที่น่าเสียดายอยู่อย่างนึงคือไม่สนับสนุน Windows XP

Apple iCloud
เว็บไซต์ Apple iCloud
Apple iCloud เป็นบริการของผู้ที่เป็นสาวกของ Apple โดยแท้ ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 5 GB สามารถเข้าถึงได้ทาง ไอแพด ไอโฟน และการใช้งานต้องมี Apple ID และอนุญาตให้เก็บไฟล์ฟรีได้เฉพาะไฟล์บางประเภทเท่านั้น อย่างเช่น รูปภาพ ในกรณีต้องการเก็บไฟล์เอกสาร iWork ในระบบ iCloud ผู้ใช้ต้องเสียเงินซื้อ iWork App และไม่มีฟีเจอร์แชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone

Google Drive
เว็บไซต์: Google Drive
เจ้าแห่ง Search engine ไม่ใครที่ไม่รู้จักได้ลงสนามแข่งขันด้วยทำทั้งทีก็ต้องได้ชื่อเสียง บริการของ Google ใช้ชื่อว่า Google Drive ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 5 GB สามารถเข้าถึงได้ทางเว็บและโปรแกรมของ Google Drive ซึ่งมีบริการทั้งเวอร์ชันสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบ Windows และ MAC OS X อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต Android สามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone? แต่ถ้าต้องการจะบริการเก็บและแบ่งปันรูปภาพจะต้องใช้บริการ Google+ และ Picasa ซึ่งให้บริการแยกต่างหากออกไป


DropBox
เว็บไซต์: Dropbox
Dropbox ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 2 GB และให้พื้นที่เพิ่ม 500MB ฟรีเมื่อผู้ใช้ทำการอัปโหลดรูปหรือวิดีโอ 500MB ด้วยฟังก์ชัน Automatic Uploading ด้วยโปรแกรมแกรม Dropbox? โดยจะเพิ่มพื้นที่ฟรีสูงสุด การเข้าใช้งานแล้ว 3GB ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ได้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรีสูงสุด 5GB โดย Dropbox สามารถเข้าถึงได้ทางเว็บและโปรแกรม Dropbox จากเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบ Windows, MAC OS X และ Linux อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต ไอแพด ไอโฟน และสมาร์ทโฟนระบบ Android และ BlackBerry นอกจากนี้ ยังสามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone ได้
สรุปรูปแบบการบริการ
Free file storage and access
Free file storage and access
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Cloud Storage
7 GB
5 GB*
5 GB
2 GB
Windows
ok
?
ok
ok
MAC
ok
?
ok
ok
WEB
ok
?
ok
ok
Remote access
ok
ok
?
?

Access files on the go
Access files on the go
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
iPhone and iPad
ok
ok*
?
ok
Windows Phone
ok
?
?
?
Android
**
?
ok
ok
Mobile Web
ok
?
ok
ok

Work together online
Work together online
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Work seamlessly with Microsoft Office Across PC, Mac and Web
ok
?
?
?
View and edit online for free
ok
?
ok
?
Edit online at the same time as others
ok
?
ok
ok
Track versions
ok
?
ok
?

Capture anythings,get to it later
Work together online
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Free note-taking apps for your phone
ok
ok*
?
?

Showcase your photos
Showcase your photos
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Online slide shows
ok
ok
***
ok
Email slide shows
ok
?
***
?
Post to Facebook and Twitter
ok
?
***
ok
Captions
ok
ok
***
ok
Show geotags
ok
ok
***
?

Simple file sharing
Simple file sharing
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Share with anyone
ok
?
ok
ok
Online viewing for Office files
ok
?
ok
?
Large file support (Free)
2 GB
?
5 GB
2 GB

ในกรณีถ้าผู้ใช้ต้องการบริการที่เพิ่มเติมจากที่ให้บริการแบบฟรี ผู้ใช้ก็สามารถรับบริการเพิ่มเติมจากเดิมได้แต่ต้องเสียค่าบริการ โดยมีอัตราค่าบริการดังนี้
SkyDrive คิดอัตราบริการต่อปีถูกที่สุด โดยมีพื้นที่ความจุให้เลือก 3 ขนาด คือ
  • 20 GB อัตราค่าบริการประมาณ 300 บาท (10$)
  • 50 GB อัตราค่าบริการประมาณ 750 บาท (25$)
  • 100 GB อัตราค่าบริการประมาณ 1,500 บาท (50$)
Apple iCloud คิดอัตราบริการต่อปี โดยมีพื้นที่ความจุให้เลือก 2 ขนาด คือ
  • 20 GB อัตราค่าบริการประมาณ 1,200 บาท (40$)
  • 50 GB อัตราค่าบริการประมาณ 3,000 บาท (100$)
Google Drive มีพื้นที่ความจุให้เลือกขนาดเดียวคือ
  • 100 GB อัตราค่าบริการประมาณ 1,800 บาท (60$) ต่อปี
Dropbox คิดอัตราบริการต่อปี โดยมีพื้นที่ความจุให้เลือก 2 ขนาด คือ
  • 50 GB อัตราค่าบริการประมาณ 2,970 บาท (99$)
  • 100 GB อัตราค่าบริการประมาณ 5,790 บาท (199$)
Paid storage option (Annual price)
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Add 20 GB
$10
$40
?
?
Add 50 GB
$25
$100
?
$99
Add 100 GB
$50
?
$60
$199

หมายเหตุ:
* iCloud อนุญาตให้เก็บไฟล์ฟรีได้เฉพาะไฟล์บางประเภทเท่านั้น อย่างเช่น รูปภาพ ในกรณีต้องการเก็บไฟล์เอกสาร iWork ในระบบ iCloud ผู้ใช้ต้องซื้อ iWork App เพิ่ม
** SkyDrive สามารถทำงานร่วมกับ OneNote เวอร์ชันแอนดรอยด์ เพื่อทำการจับภาพที่ต้องการได้
*** Google Drive มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเก็บไฟล์เอกสารเป็นหลัก สำหรับบริการเก็บและแบ่งปันรูปภาพนั้นกูเกิลมีบริการที่แยกต่างหากคือ Google+ และ Picasa

อ้างอิง       http://escsequencer.wordpress.com/2012/04/29
                 http://www.plan.doae.go.th/project/narrowcorner/userfiles/Dropbox.pdf
                 www.malangtub.com/2012/04/05/dropbox-วิธีการใช้งานขั้นเทพ/
                         http://notebookspec.com/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A-cloud-storage-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-skydrive-icloud-google-drive-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0dropbox/110993/

http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/17984/index.html

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

Cloud Computing


Cloud Computing





คือวิธีการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบCloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้อง การผู้ใช้ ทั้งนี้ระบบสามารถเพิ่มและลดจำนวนของทรัพยากร รวมถึงเสนอบริการให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบเลยว่าการทำงานหรือเหตุการณ์เบื้องหลังเป็น
Cloud หรือบางคนก็บอกว่า Cloud Computing มันคืออะไร ค้นในเน็ตเจอคำแปลต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่บอกว่า การประมวลผลบนก้อนเมฆ… ถ้าสำหรับแบบที่ผมคิดนะ ผมว่าก็คือระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์เรานี่แหละ แต่แทนที่จะต้องมาประมวลผล หรือทำงานแบบเดิมคือทำบน PC แบบที่เราเคยใช้ๆกันอยู่มันจะย้ายไปทำงานผ่านพวก WEB Browser บนโลกอินเตอร์เน็ต อาทิเช่น เดิม เราใช้ Microsoft Word, Excel, Power Point โดยเราต้องเปิด PC แล้วรอมัน Windows มันบู๊ต แล้วเราก็เลือกไอคอน โปรแกรม แล้วก็คลิ๊กเปิด แล้วก็ใช้งาน

Cloud Computing


แต่ถ้าเป็น Cloud Computing หรือ Cloud Service คือเราเข้าอินเตอร์เน็ตให้ได้ และเราก็จะใช้งานโปรแกรมอะไรก็ตามแต่ ผู้ให้บริการบนโลกอินเตอร์เน็ต เขาก็จะเตรียมไว้ให้เราแล้ว (แต่ถ้าเข้าอินเตอรเน็ตไม่ได้…ก็เกิดเรื่องกันละทีนี้) เอาให้ง่ายเข้าไปอีก ลองคิดถึงแต่ก่อนเราอาจจะต้องใช้ Outlook หรือ Lotus Note ในการทำงานเพื่อเปิดเครือ่งเพื่อรับเมล์ เดี๋ยวนี้เราจะเห็น มี Google, Hotmail หรือ Yahoo ให้เราสามารถเช็คเมล์ได้ โดยเฉพาะ Google พี่ท่านกะล็อกทุกอย่าง หรือครองโลกออนไลน์เลยก็ว่าได้ เดี๋ยวถ้าเรามี Domain แล้วไม่ต้องการมี Server หรือตั้งระบบ Mail Server เราสามารถไปเช่าใช้บริการผูกเมล์เราเข้ากับระบบ Gmail ของ Google ได้อีกต่างหาก

Cloud Computing


นิยามความหมายของคําหลักๆ 3 คําที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing มีดังนี้

• ความต้องการ (Requirement) คือโจทย์ปัญหาที่ผู้ใช้ต้องการให้ระบบคอมพิวเตอร์
แก้ไขปัญหาหรือตอบปัญหาตาม ที่ผู้ใช้กําหนดได้ยกตัวอย่างเช่น ความต้องการพื้นที่จัดเก็บ
ข้อมูลขนาด 1,000,000 GB, ความต้องการประมวลผลโปรแกรมแบบขนานเพื่อค้นหายารักษา
โรคไข้หวัดนกให้ได้สูตรยาภายใน 90 วัน, ความต้องการโปรแกรมและพลังการประมวลผล
สําหรับสร้างภาพยนตร์แอนนิเมชันความยาว 2 ชั่วโมงให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน, และความ
ต้องการค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวและโปรแกรมทัวร์ในประเทศอิตาลีในราคา ที่ถูกที่สุดในโลกแต่
ปลอดภัยในการเดินทางด้วยเป็นต้น

• ทรัพยากร (Resource) หมายถึง ปัจจัยหรือสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผล
หรือเกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาตามโจทย์ที่ความต้องการของผู้ใช้ได้ระบุไว้ อาทิเช่น CPU, 
Memory (เช่น RAM), Storage (เช่น harddisk), Database, Information, Data, Network, 
Application Software, Remote Sensor เป็นต้น


• บริการ (Service) ถือว่าเป็นทรัพยากร และในทางกลับกันก็สามารถบอกได้ว่า
ทรัพยากรก็คือบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านCloud Computingแล้ว เราจะใช้คําว่าบริการ
แทนคําว่าทรัพยากรคําว่าบริการหมายถึงการกระทํา (operation) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สนองต่อ
ความต้องการ (requirement) แต่การกระทําของบริการจะเกิดขึ้นได้จําเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากร
โดยการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดผลลัพธ์สนองต่อความต้องการ

สําหรับCloud Computingแล้ว ผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องสนใจเลยว่าระบบเบื้องล่างทํางาน
อย่างไร ประกอบไปด้วยทรัพยากร (resource) อะไรบ้าง ผู้ใช้แค่ระบุความต้องการ
(requirement) จากนั้นบริการ (service) ก็เพียงให้ผลลัพธ์แก่ผู้ใช้ส่วนบริการจะไปจัดการกับ
ทรัพยากรอย่างไรนั้นผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องสนใจ


ประโยชน์ของ cloud computing

-มีความคล่องตัว ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลจาก Server ได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่น สามารถขยายหรือลดโครงสร้างพื้นฐานได้สะดวกและง่ายต่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง

-Reduction in costs: มีต้นทุนที่ลดลงเนื่องจากผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Server ขนาดใหญ่ด้วยตนเอง  ลดภาระต้นทุนเกี่ยวกับการติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์ประมวลผลขนาดใหญ่

-Freedom of Location :  มีอิสระจากอุปกรณ์ และสถานที่  เพราะผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลได้จากทุกแห่งทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

-Scalability and speed :  การขยายตัวเป็นแบบ (Scalability)  สูง สามารถเข้าถึงแพลทฟอร์มที่หลากหลายและความสามารถในการทำงานร่วมกับแพลทฟอร์มที่ยึดหยุ่นและมีศักยภาพด้วยโครงสร้างที่หลากหลาย

-มีความไว้วางใจ (Reliability)  สูงขึ้น

-มีความปลอดภัย (Security) สูง เนื่องจากทุกๆ โปรแกรมและไฟล์ทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ใน Supercomputer ส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่หรือจัดเก็บอยู่ใน Network ความเร็วสูง

-มีความยั่งยืน (Sustainability)  ซึ่งได้จากการใช้ทรัพยากรที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ

-Reduce run time and response time : เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลของโปรแกรมประยุกต์  ทำให้โปรแกรมที่มีการคำนวณและประมวลผลที่ยุ่งยากและซับซ้อนสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น

-Enabling Innovation: ได้รับบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่เสมอ

-Ease of Use:  ใช้งานง่าย โดยเปรียบเหมือนเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

การสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต

การสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต
 
               ในยุคแห่งเทคโนโลยีมีข้อมูลมากมายมหาศาลที่จะให้เราสืบค้น การที่จะค้นหาข้อมูลจำนวนมากมายอย่างนี้เราไม่อาจจะกดคลิกเพื่อค้นหาข้อมูลให้พบได้ง่ายๆ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยการค้นหาข้อมูลด้วยเครื่องมือค้นหาที่เรียกว่าSearch Engine เข้ามาช่วยเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหาข้อมูลมีมากมายหลายที่ทั้งของคนไทยและต่างประเทศ และในที่นี้จะขอยกตัวอย่างวิธีการการสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต 5 วิธี ได้แก่
 
 
1. การสืบค้นข้อมูล โดยใช้ www.google.com

•  เข้าไปที่ www.google.com 
•  พิมพ์คำที่ต้องการลงไป ตัวอย่าง พิมพ์คำว่า ความหมายของอินเตอร์เน็ต ลงไปในช่องค้นหา และเมื่อพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาเสร็จแล้วให้กด ค้นหาด้วยGoogle
•  การแสดงผลบนหน้าจอจะปรากฏรายชื่อเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราค้นหา โดยเรียงลำดับจากคำที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
•  เราสามารถเลือกเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งที่เราต้องการ แล้วเปิดดูได้ทันที หากไม่ตรงกับที่ต้องการก็คลิกเมาส์ไปที่ปุ่มBack เพื่อกลับไปที่หน้าเดิมอีกครั้งแล้วเลือกเว็บไซต์อื่นๆใหม่
images by uppicweb.com

 
 
2. การสืบค้นรูปภาพ โดยใช้ www.google.com

•  เข้าไปที่ www.google.com 
• กดที่เปลี่ยนหมวดหมู่บริเวณด้นบนซ้ายมือ จาก เว็บ เป็น รูปภาพ
•  พิมพ์คำที่ต้องการลงไป ตัวอย่าง พิมพ์คำว่า คอมพิวเตอร์ ลงไปในช่องค้นหา และเมื่อพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาเสร็จแล้วให้กดปุ่ม ค้นหาภาพ
•  การแสดงผลบนหน้าจอจะปรากฏรูปภาพจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราค้นหา โดยเรียงลำดับจากคำที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
•  เราสามารถเลือกดูรูปภาพจากเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งที่เราต้องการได้ และหากไม่ตรงกับที่ต้องการก็คลิกเมาส์ไปที่ปุ่มBack เพื่อกลับไปที่หน้าเดิมอีกครั้งแล้วเลือกรูปภาพอื่นๆใหม่
images by uppicweb.com


3. 
การสืบค้นข้อมูล ในรูปแบบ Index Directory
 
•  วิธีการค้นหาข้อมูลแบบ Index ข้อมูลจะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าการค้นหาข้อมูลด้วยวิธี SearchEngine การค้นหาข้อมูลแบบ Index จะมีการคัดแยกข้อมูลออกมาเป็นหมวดหมู่ และจัดแบ่งแยก Web site ต่างๆออกเป็นประเภท
•  วิธีการใช้งาน เราสามารถที่จะคลิกเลือกข้อมูลที่ต้องการจะดูได้เลยใน Web Browser •  จากนั้นหน้าจอก็จะแสดงรายละเอียดของหัวข้อปลีกย่อยที่ลึกลงมาอีกระดับหนึ่ง ปรากฏขึ้นมาให้เราเลือกอีก ส่วนจะแสดงออกมามากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับขนาดของฐานข้อมูลในIndex ว่าในแต่ละประเภทจัดรวบรวมเก็บเอาไว้มากน้อยเพียงใด •  เมื่อเราเข้าไปถึงฐานข้อมูลประเภทย่อยที่เราสนใจแล้ว จะมีการแสดงรายชื่อของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ ประเภทของข้อมูลนั้นๆออกมา หากเราสนใจเอกสารใดหรือต้องการอยากที่จะชม ก็สามารถคลิกลงไปยัง Link เพื่อขอเชื่อต่อทางไซต์ก็จะนำเอาผลของข้อมูลดังกล่าวออกมาแสดงผลทันที •  นอกจากนี้เว็บไซต์ที่แสดงออกมานั้นทางผู้ให้บริการยังได้เรียบเรียงเว็บไซต์ โดยนำเอาเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดไว้ตอนบนสุดของรายชื่อที่แสดง
images by uppicweb.com



4. 
การสืบค้นข้อมูล ในรูปแบบ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์


•  ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ คือ ห้องสมุดที่สามารถใช้บริการผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งจะแตกต่างจากห้องสมุดแบบธรรมดาทั่วไป
•  ข้อดีของห้องสมุดอีเล็กทรอนิกส์ คือ การค้นหาข้อมูลทำได้สะดวก รวดเร็ว โดยสามารถค้นหาได้จากชื่อเรื่อง หัวเรื่อง ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง เลขมาตราฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) เลขมาตราฐานสากลประจำวารสาร (ISSN) สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ เป็นต้น ซึ่งการค้นคว้าในห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ สามารถระบุข้อมูลหรือเงื่อนไขเฉพาะได้ชัดเจน เช่น ต้องการทราบผลงานของสุนทรภู่ เฉพาะเจาะจงแต่ นิราศ ก็สามารถระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับชื่อผู้แต่งได้ คือ สุนทรภู่ ระบุหัวข้อเรื่อง คือ นิราศ ระบบจะประมวลผลผลงานสุนทรภู่เฉพาะที่เป็นนิราศเท่านั้น 

images by uppicweb.com

5. การสืบค้นข้อมูลแผนที่ออนไลน์ ในรูปแบบ Google Maps

•  Google Maps คือ บริการแผนที่ออนไลน์จาก Google แผนที่ออนไลน์นี้สามารถใช้งานได้หลายอย่าง เช่น หาตำแหน่งพิกัด ตรวจสอบสภาพการจราจร ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายจากอากาศยานที่มีความละเอียดของภาพสูง บริการค้านหาสถานที่ห้างร้านต่างๆ บริการค้นหาเส้นทางจากสถานที่ต้านทางไปยังสถานที่ปลายทาง บริการภาพถ่ายจากถนนในเมืองสำคัญๆ ที่ทำให้ผู้ใช้เห็นสภาพแวดล้อมและอาคารบ้านเรือนริมสองฝั่งถนน เป็นต้น  
•  นอกจากนี้ Google Maps ประเทศไทยยังแสดงข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้ใช้งานคนไทยในกรอบบริเวณด้านซ้ายมือ ได้แก่ รายชื่อเมืองยอดนิยม แผนที่ยอดนิยม และ Link สำหรับเพิ่มรายชื่อธุรกิจของเราบน Google Maps
•  วิธีการใช้งาน คือ เปลี่ยนหมวดหมู่ ของ Google เป็น Maps
•  จากนั้นพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงไปในช่องค้นหา ตัวอย่างเช่น พิมพ์คำว่า กรุงเทพ แล้วกด ค้นหาแผนที่
•  หน้าจอจะแสดงผล พิกัดของกรุงเทพบนแผนที่ประเทศไทย และด้านซ้ายมือจะเป็นสถานที่สำคัญ สถานที่ยอดนิยม ฯลฯ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

images by uppicweb.com